VRANDA ส่งสัญญาณบวก กำไรโตแรง 97% เดินหน้าสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้น

VRANDA ส่งสัญญาณบวก กำไรโตแรง 97% เดินหน้าสร้างผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
VRANDA หรือ บริษัท วีรันดา รีสอร์ท จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 อย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิ 101 ล้านบาท เติบโต 97% จากปีก่อนหน้า ขณะที่รายได้รวมทั้งปีอยู่ที่ 1,507 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% สะท้อนการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและประสิทธิภาพการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
รายได้รวมของ VRANDA
เฉพาะไตรมาส 4/2568 บริษัทมีรายได้รวม 474 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 44 ล้านบาท เติบโตถึง 2,299% โดยมี EBITDA ไตรมาส 4 อยู่ที่ 106 ล้านบาท ส่วน EBITDA ทั้งปี 2568 อยู่ที่ 481 ล้านบาท แสดงถึงความสามารถในการทำกำไรจากการควบคุมค่าใช้จ่ายพนักงานและพลังงาน มีการเปิดโรงแรมใหม่ทำให้บริษัทสามารถบริหารจัดการทรัพยากรส่วนกลางและอำนาจการต่อรองกับคู่ค้าได้ดีขึ้น รวมถึงการใช้พันธมิตรระดับโลกอีกด้วย
โครงสร้างรายได้ของ VRANDA
โครงสร้างรายได้ของ VRANDA ยังคงมาจากธุรกิจโรงแรมเป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วน 96% ของรายได้รวมทั้งปี โดยรายได้จากโรงแรมอยู่ที่ 1,507 ล้านบาท เติบโต 20% แม้ช่วงต้นปีจะได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่กระทบความเชื่อมั่นนักท่องเที่ยวบางส่วน แต่ได้รับแรงหนุนจากการเปิดให้บริการ “วีรันดา รีสอร์ท ภูเก็ต ออโตกราฟ คอลเล็คชั่น” ที่ได้รับกระแสตอบรับเกินคาด โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติระดับบน
ในด้านตัวชี้วัดสำคัญ อัตราการเข้าพักเฉลี่ย (Occupancy Rate) ปี 2568 อยู่ที่ 62% ลดลงเล็กน้อย 5% จากปีก่อน ขณะที่ ADR ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10% มาอยู่ที่ 4,823 บาท ส่งผลให้ RevPAR เติบโต 2% มาอยู่ที่ 2,977 บาท โดยทำเลที่โดดเด่นที่สุดคือ “สมุย” และ “ภูเก็ต” ซึ่งได้รับผลกระทบน้อยเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ และเป็นทำเลทองของนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูง
สำหรับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อขาย มีสัดส่วนรายได้เพียง 1% ในปี 2568 เนื่องจากการเลื่อนรับรู้รายได้โครงการ Veranda Villas & Suites Phuket ไปในปี 2569 ปัจจุบันมี Backlog ราว 750 ล้านบาท โดยคาดว่าจะทยอยโอนและรับรู้รายได้ 300 – 400 ล้านบาทในปีหน้า ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญของกำไร
ในปี 2569 VRANDA ตั้งเป้ารายได้รวมเติบโตประมาณ 20% โดยสัดส่วนรายได้จะมาจากธุรกิจโรงแรม 85% และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 15% บริษัทมองแนวโน้มการท่องเที่ยวไทยยังเป็นขาขึ้น โดยตลาดจีนจะกลับมาเป็น Key Driver สำคัญ
ขณะที่ยุโรป รัสเซีย และตลาดระยะไกลอย่างสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากกระแสการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์และ Wellness นอกจากนี้ ตลาดอินเดียถือเป็นตลาดดาวรุ่งที่เติบโตอย่างรวดเร็วถึง 17% และเริ่มขยับเข้าสู่เซกเมนต์ลักชัวรี่มากขึ้น
กลยุทธ์ของ VRANDA
ด้านกลยุทธ์ VRANDA เดินหน้าสู่การเป็น “Lifestyle & Luxury Destination” เน้นกลุ่มลูกค้า High-end ที่มองหาประสบการณ์มากกว่าราคา เรากำลังเปลี่ยนผ่านจากการให้ผู้บริการที่พัก ไปสู่การเป็น Lifestyle Creator ที่ตอบโจทย์ทั้งการพักผ่อน การทำงาน (Workation) และการอยู่อาศัย ไปจนถึงการเปิดตัว “ V Escape Pass"” ซึ่งเป็นสมาชิกดิจิทัลระดับพรีเมียม ที่ทางบริษัทจะวิเคราะห์ข้อมูลพฤติกรรมลูกค้าแบบเรียลไทม์ เพื่อเพิ่มความพึงพอใจและสร้างความภักดีในระยะยาว
จากผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง บริษัทมีแผนจ่ายเงินปันผลในอัตราสูงกว่าปีก่อน ตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อศักยภาพการเติบโตในอนาคต ท่ามกลางทิศทางการท่องเที่ยวปี 2569 ที่มีสัญญาณบวก โดยเฉพาะทำเล “ภูเก็ต-สมุย” ซึ่งจะเป็นทำเลทองสำคัญในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะถัดไป
